ทำตามความฝันตั้งหลายปี ทำไมมีแต่จน

Last updated: Apr 30, 2018  |  NEWS CENTER

ทำตามความฝันตั้งหลายปี ทำไมมีแต่จน

ไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใดที่คนรุ่นใหม่หันมาทำธุรกิจกันมากขึ้น เพราะการได้ทำอะไรสักอย่างตามความต้องการของตัวเอง ถือว่าเป็นความสุขอันสุดยอดที่สุดแล้ว ไม่ต้องเป็นลูกน้องใคร ไม่ต้องทำอะไรตามแบบแผน ไม่ต้องฝ่ารถติดไปทำงาน ไม่ต้องทำโอทีจนดึกดื่น จะหยุดพักหรือทำงานเมื่อไหร่ก็ได้ดั่งใจไปหมด ยิ่งอยู่กับสิ่งที่รักที่ชอบอยู่ตลอดเวลา มันยิ่งไม่รู้สึกว่าการทำงานเป็นการทำงานจริงจังแต่อย่างใด มันมีแต่เรื่องสนุกทั้งนั้น


แต่เดี๋ยวก่อน! คุณพร้อมมากแค่ไหนกันสำหรับเดินตามความฝันของตัวเอง? ถึงแม้จะมีทุนพอประมาณ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะโอเคทุกอย่างเสมอไป ยังมีนักธุรกิจหน้าใหม่อีกหลายคนที่ล้มระเนระนาดไม่เป็นท่า และนักธุรกิจรายเก่าที่ไม่ไปไหนซะทีก็มีเพียบ!


ไหนว่าทำตามความฝันแล้วเราจะรวยและสุข? เพราะอะไรเราถึงไม่รวยซะทีกับงานที่เราฝันมานาน?


  1. คุณยังไม่มีความรู้ด้านธุรกิจพื้นฐาน คุณคิดอะไรง่ายเกินไป ไม่รู้จักวางแผน พอได้มาจับงานจริงๆ มันจึงไม่ง่ายอย่างที่คิด พึงระลึกไว้เสมอว่าการทำธุรกิจหรือความฝันในเรื่องใดก็ตาม มันไม่มีทางเป็นจริงได้เลย มีความรู้เพียงอย่างเดียวแต่ไม่มีเงิน หรือมีเงินแต่ไม่มีความรู้เลย มันไม่เหมือนกับการเล่นขายของกันหรอก

  2. คุณไม่รู้จักตลาดให้มากพอ ก่อนจะตั้งคำถามว่า “อยากขายอะไร?” คุณควรตั้งคำถามอันดับแรกก่อนว่า “ในตลาดมีอะไรที่ขาด/ล้นเกินไป/ล้าสมัย?” เพราะตลาดคือแหล่งที่จะชี้วัดได้ว่าเราจะทำธุรกิจในฝันไปได้นานแค่ไหน อะไรที่ตลาดมีเยอะแล้ว ก็เท่ากับว่าเรามีคู่แข่งเยอะ ไม่เกิดการเติบโต ... ยิ่งคุณรู้จักตลาด ธุรกิจของคุณก็จะยิ่งมีความสมาร์ทขายได้นาน!

  3. คุณไม่รู้จักความอดทน ปัญหาสำคัญของนักธุรกิจหน้าใหม่ที่ยอมล้มเลิกกิจการก็คือ “อยากรวยเร็ว ไม่หนักเอาเบาสู้” ตราบใดที่คุณยังทำนิสัยเด็กๆ นิดหน่อยก็บ่น ท้อ ดราม่า ไม่ยอมสู้และเรียนรู้ด้วยตัวเองไปเรื่อยๆ โอกาสที่จะเจ๊งเร็วก็มีสูงมากอย่างไม่ต้องเดาเลย

  4. บริหารเงินไม่เป็น ทางหนึ่งที่จะอุดรอยรั่วของธุรกิจได้ก็คือ การพยายามเซฟค่าใช้จ่ายทั้งหลายโดยการเห็นตัวเลขของรายรับรายจ่ายอย่างชัดเจน แล้วสามารถประมาณการณ์ได้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป ควรมีวินัยมากแค่ไหน ถ้าคุณไม่สามารถแยกออกว่าใช้เงินแบบส่วนตัวกับเงินแบบธุรกิจแตกต่างกันอย่างไร จะใช้ตามใจเท่าไหร่ก็ได้ เบิกยังไงก็ได้ ก็ไม่แปลกที่ธุรกิจจะไม่ได้กำไรเลย... อย่าลืมว่าการทำธุรกิจ คุณไม่สามารถหยิบยืมเงินใครได้ง่ายเหมือนแบมือขอเงินพ่อแม่ตอนอยากกินขนม

  5. หุ้นส่วน/พนักงาน ไม่สร้างประโยชน์ เพราะบางครั้ง ธุรกิจมันเป็นเรื่องที่ใหญ่เกินตัว คุณจึงจำเป็นต้องมีคู่คิดในรูปแบบของหุ้นส่วนหรือลูกน้องแผนกต่างๆ ไว้ช่วยกันคิดช่วยกันทำให้ภาพรวมสามารถขับเคลื่อนไปด้วยดี ถ้าคุณยังจ้างคนที่ไม่มีศักยภาพหรือจ้างคนไม่ตรงกับงาน มันก็เท่ากับว่าคุณยอมปล่อยให้ธุรกิจของคุณมีเงินรั่วเช่นกัน

  6. คุณไม่รู้จัก upgrade & update ยิ่งธุรกิจนิ่ง ไม่มีการพัฒนา การเติบโตในแง่ของผลกำไรและผลประโยชน์อื่นๆ ที่พึงจะได้รับมันก็เป็นไปได้ยาก เพราะธุรกิจจะอยู่ได้รอดหรือไม่ มันขึ้นกับว่าคุณแกร่งแค่ไหน รู้ทันคนอื่นได้มากน้อยเพียงใด

  7. คุณไม่มีที่ปรึกษาที่ดี เพราะคนเราเกิดมาล้วนแต่ไม่มีใครมีความเพอร์เฟค สิ่งที่เราฉลาดที่สุด บางทีคนอื่นก็ฉลาดมากกว่า การกุมอำนาจอยู่คนเดียว บางครั้งมันเหนื่อยกว่าการมีคู่คิดไว้ข้างกาย คุณควรมีกัลยาณมิตร/ที่ปรึกษาทางด้านธุรกิจ/ผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์ใดศาสตร์หนึ่งที่สนใจไว้กับตัวบ้าง เพื่อกระจายความเสี่ยงให้ธุรกิจเสียหายน้อยที่สุด จากกระบวนการระดมสมองให้มากที่สุด



ขอบคุณบทความดีๆ จาก https://www.jeeb.me/691?share

Photo by rawpixel.com on Unsplash

Powered by MakeWebEasy.com