5 วิธีรับมือกับคนทัศนคติแย่ในที่ทำงาน

Last updated: Jun 13, 2018  |  NEWS CENTER

5 วิธีรับมือกับคนทัศนคติแย่ในที่ทำงาน

ทัศนคติคือเรื่องที่สำคัญมากกับการใช้ชีวิต เพราะมีส่วนสำคัญต่อการมองโลก การเลือกที่จะทำหรือไม่ทำอะไร รวมถึงส่งผลต่อภาพลักษณ์ที่คนอื่นจะมองเราด้วย

การปรับทัศนคติตัวเองยังเป็นเรื่องที่พอทำได้ แต่การต้องร่วมงานกับคนที่มีทัศนคติลบๆ ก็อาจเป็นเรื่องชวนปวดหัวได้เหมือนกัน นอกจากเราจะเปลี่ยนทัศนคติเขาไม่ได้ และไม่อาจเลี่ยงการอยู่ร่วมกันได้แล้ว ถ้าเราไม่รู้จักวิธีรับมืออย่างถูกวิธี เราอาจเผลอรับทัศนคติลบๆ เข้ามาในชีวิตโดยไม่รู้ตัว การรับมือกับคนที่มีทัศนคติลบๆ ในที่ี่ทำงานอย่างถูกวิธีจึงเป็นเรื่องที่่ไม่ควรพลาด


1 อย่าคิดไปเป็นพวกเดียวกันกับเขา 

ทัศนคติลบๆ อาจมาในรูปแบบของการบ่นทุกเรื่อง ติทุกอย่างในที่ทำงาน แต่ไม่ใช่การวิจารณ์เพื่อหาแนวทางการแก้ไข เพื่อนร่วมงานเราอาจจะบ่นว่าเงินเดือนน้อยเกินไป งานเยอะเหลือเกิน อุปกรณ์สุดห่วย แต่ไม่ได้พยายามเสนอแนะกับองค์กร หรือหาทางปรับปรุงเท่าที่พอจะทำได้

การที่เราแสดงความเห็นอกเห็นใจ หรือเริ่มแสดงออกว่าเห็นด้วย เช่น "โอ๊ย จริงด้วย ผมคิดเหมือนคุณเลย เงินที่นี่มันน้อยไปจริงๆ นั่นแหละ งานก็หนักจนทนจะไม่ไหวแล้ว" ไม่ว่าเราจะเริ่มพูดตามเพราะไม่มีอะไรจะคุย หรืออยากแสดงออกให้เขารู้ว่าเราเห็นใจเขา แต่การทำแบบนั้นไม่ดีกับตัวเราเลย เนื่องจากมันมีแนวโน้มที่จะทำให้เรามีทัศนคติลบๆ แบบนั้นตามเพื่อนร่วมงานไปด้วย


2 ใช้ทัศนคติที่ดีและการให้กำลังใจเข้าสู้

การมีทัศนคติที่ดี การมองโลกในแง่ดี เหมือนการมีพลังงานดีๆ แผ่ออกมาเผื่อคนรอบๆ ข้างได้ ไม่ต่างกับทัศนคติลบๆ ที่สามารถแผ่ออกมาถึงคนรอบข้างไ้ด้เช่นกัน

ดังนั้นเมื่อเพื่อนร่วมงานของคุณเริ่มต้นแผ่พลังงานลบใส่คนอื่น เช่น "เหนื่อยแทบตายอยู่แล้วเน่ีย ไม่รู้จะทำงานหมดได้ยังไง" แทนที่จะตอบไปห้วนๆ ว่า "ผมก็เหนื่อยเหมือนกัน" แล้วเสี่ยงที่จะรู้สึกแย่กันไปหมด หรือตอบไปว่า "หรอ แต่ผมไม่เหนื่อยเลยนะ ชิลมากเลย" แม้เราจะรู้สึกดีแต่ไม่มีอะไรรับประกันเลยว่าคนอื่นจะรู้สึกโอเคกับคำพูดเรา แถมอาจเพิ่มบรรยากาศไม่ดีในที่ทำงานเข้าไปอีก
ลองพูดว่า "ผมว่าคุณทำได้นะงานแค่นี้เอง เชื่อสิ ผมเห็นคุณทำมันได้ดีเสมอเลย" นี่เป็นวิธีที่แสดงพลังด้านบวก รวมถึงให้กำลังใจเพื่อนร่วมงานไปในตัว


3 รักษาระยะห่างเข้าไว้

การช่วยเหลือเป็นสิ่งที่ดี ถ้ามีอะไรที่ต้องทำงานร่วมกัน หรือนานๆ เขามาขอความช่วยเหลือสักที การช่วยเหลือ การให้กำลังใจเขาก็เป็นสิ่งที่ดี แต่ไม่ได้หมายความว่าเราต้องคอยเทคแคร์ดูแลเพื่อนร่วมงานที่มีทัศนคติแย่ๆ ตลอดเวลา

จำไว้ว่าเราไม่ได้มีหน้าที่เปลี่ยนทัศนคติใคร หรือเป็นคนคอยปลอบโยนใคร เราทำเท่าที่ทำได้ การรักษาระยะห่างจะช่วยให้เราหลบจากบรรยากาศแย่ๆ ที่แผ่ออกมาจากตัวเขา และทำให้เราเหลือพลังไปใช้ในเวลาที่สมควรใช้


4 ไม่ต้องพูดถึงทัศนคติของเขามากนักหรอก

คนที่มีทัศนคติที่ดีมันแผ่รังสีออกมาให้เห็นเด่นชัด คนที่มีทัศนคติไม่ดีก็เห็นชัดได้พอๆ กัน ดังนั้น ถ้าคนที่มีความคิดเชิงบวกถูกพูดถึง ถูกชื่นชม ก็ไม่แปลกอะไรที่คนที่มีทัศนคติเชิงลบก็จะถูกพูดถึงในที่ทำงานด้วยเช่นกัน

แต่การพูดถึงทัศนคติของเขาลับหลัง ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น แถมเป็นเรื่องเสียเวลาที่ไม่ควรทำ ยิ่งเราพูดถึงทัศนคติที่ไม่ดีมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งเสียโอกาสที่จะไปพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นมากเท่านั้น


5 อย่าให้ความสนใจกับเขามากเกินไป

บางครั้งคนเราก็แสดงออกทัศนคติลบ ๆ เพราะเชื่อว่าจะมีคนให้ความสนใจกับตัวเขามากขึ้น เพราะฉะนั้นอย่าให้ความสนใจกับเขามากเกินไป ต่อให้เขาไม่ได้หวังให้คนมาสนใจ แต่การไปสนใจเขาเวลาเขาแสดงออกหรือพูดอะไรแย่ ๆ ออกมา ก็จะไปสร้างภาพจำผิด ๆ

ให้แก่เขาว่าการทำแบบนี้แล้วได้รับความสนใจ
ลองเปลี่ยนเป็นให้ความสนใจกับเขาเมื่อเขาทำอะไรดี ๆ แทน ถ้าปกติเขาบ่นทุกสิ่งทุกอย่าง แล้ววันหนึ่งเกิดอารมณ์ดีขึ้นมายิ้มแย้ม พูดแต่เรื่องดี ๆ เราก็ตอบแทนเขาด้วยการให้ความสนใจกับเขามากกว่าปกติ หรือบอกเขาว่าเราชอบเวลาเขาพูดแบบนี้แสดงออกแบบนี้ ซึ่งสามารถช่วยให้เขาเชื่อมโยงได้ว่าการมีทัศนคติที่ดีทำให้เขาได้รับ

ความสนใจจากเพื่อนร่วมงานมากขึ้น
ทัศนคติส่วนตัวเป็นเรื่องสำคัญ แต่การเที่ยวไปจัดการกับทัศนคติคนอื่นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ดังนั้นนอกจากการมีทัศนคติที่ดีของตัวเราเองแล้ว การรับมือกับคนที่มีทัศนคติลบ ๆ ในที่ทำงานให้ถูกวิธีก็ยิ่งสร้างบรรยากาศที่เหมาะสมต่อการทำงานของเรา และช่วยให้งานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ขอบคุณบทความดีๆ จาก คุณ Psycat
Photo by Adam Birkett on Unsplash

Powered by MakeWebEasy.com