วิธีการ... เป็นผู้ใหญ่

Last updated: Aug 30, 2018  |  NEWS CENTER

วิธีการ... เป็นผู้ใหญ่

การเป็นผู้ใหญ่นั้น สำคัญที่การกระทำของคุณที่มีต่อทั้งตัวคุณเองและผู้อื่น โดยดูได้ง่ายๆ จากวิธีคิดและพฤติกรรมนั่นเอง มาดู 4 วิธีการที่จะทำให้คุณ "เป็นผู้ใหญ่" กันค่ะ
 
วิธีการที่ 1 ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสู่การเป็นผู้ใหญ่
1. จริงจังกับความชอบของตัวเอง   
หากพบว่าตัวเองปราศจากงานอดิเรกหรือความชอบในเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างจริงจัง นั่นอาจทำให้คนอื่นมองว่าคุณไม่ค่อยจะเป็นผู้ใหญ่สักเท่าไร ลองหาอะไรที่คุณทำแล้วสนุกไปกับมันดู แล้วฝึกฝนพัฒนาจนรู้จริงเกี่ยวกับเรื่องนั้น ก็จะทำให้คุณเป็นคนมีประสบการณ์และดูเป็นผู้ใหญ่มากยิ่งขึ้น แถมยังทำให้คุณมีหัวข้อไว้พูดคุยกับคนอื่นอีกต่างหาก ไม่สำคัญเลยว่าคู่สนทนาจะมีงานอดิเรกร่วมกันกับคุณหรือเปล่า
 
2. ตั้งเป้าหมายในชีวิตแล้วไปให้ถึงฝัน
ส่วนหนึ่งของการเป็นผู้ใหญ่ก็คือการรู้จักประเมินศักยภาพของตนเอง รู้จุดอ่อนที่ต้องพัฒนาปรับปรุง และตั้งเป้าหมายสำหรับชีวิตในวันข้างหน้า การมองเห็นภาพอนาคตที่ชัดเจนอยู่เสมอจะทำให้คุณสามารถเลือกทางเดินในชีวิตได้อย่างถูกต้อง เมื่อคุณตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน เป็นรูปธรรม และจับต้องได้แล้วละก็ ขอให้ลงมือทำจนกว่าจะสำเร็จ
 
3. เล่นบ้างก็ได้ ขอแค่ถูกที่ถูกเวลา
การเป็นผู้ใหญ่ไม่ได้หมายความว่าต้องตีหน้าขรึมจริงจังตลอดเวลา แต่ควรแยกแยะว่าเวลาอยู่กับคนประเภทไหนและเวลาไหนถึงสมควรหยอกล้อหรือควรจะจริงจัง ที่สำคัญคือควรรู้ว่าทำตัวติ๊งต๊องไระสาระได้ ต้องมีขอบเขต จะได้ไม่เกินเลยจนดูไม่เหมาะสม
 
4. ให้เกียรติผู้อื่นอยู่เสมอ
โลกใบนี้คือสังคมขนาดใหญ่ที่เราต้องใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน ถ้าคุณจงใจทำอะไรที่ก่อความรำคาญให้คนอื่น หรือทำอะไรตามใจชอบโดยไม่คำนึงถึงความรู้สึกนึกคิดของคนรอบข้าง ก็ไม่แปลกถ้าใครจะมองว่าคุณนี่ช่างไร้เดียงสาเหลือเกิน การรู้จักสังเกตและจดจำความจำเป็นและความต้องการของคนอื่นๆ รอบตัว จะทำให้คนเหล่านั้นยอบรับและให้เกียรติคุณเช่นกัน
 
5. เลือกสมาคมกับเพื่อนที่มีความเป็นผู้ใหญ่
คบคนแบบไหนก็มักกลายเป็นคนแบบนั้น เพราะฉะนั้นขอให้แน่ใจว่าคุณได้เลือกคบกับคนที่จะทำให้คุณกลายเป็นคนที่ดียิ่งขึ้น อย่าได้เสียเวลาไปสมาคมกับคนที่รังแต่จะทำให้คุณต่ำต้อยด้อยค่าลง
 
 
วิธีการที่ 2 ยกระดับความเป็นผู้ใหญ่ทางอารมณ์
1. อย่าเกะกะระรานผู้อื่น
คนที่ชอบระรานคนอื่น ลึกๆ แล้วมักเป็นเพราะขาดความมั่นใจ ไม่เห็นค่าของตัวเอง เป็นเหมือนหนทางให้เขาได้แสดงอำนาจข่มคนอื่น ทั้งที่จริงๆ แล้วการกลั่นแกล้งระรานนั้นส่งผลเสียทั้งกับผู้ถูกกระทำและกระทั่งกับคนที่เป็นผู้ลงมือ หากพบว่าคุณเข้าไปพัวพันกับการข่มขู่กลั่นแกล้ง ไม่ว่าจะเป็นผู้กระทำหรือถูกกระทำก็ตาม ขอให้รีบปรึกษาพูดคุยกับคนที่คุณไว้ใจ ไม่ว่าจะพ่อแม่ผู้ปกครอง หรือครูอาจารย์ก็ตาม เพื่อหาวิธีหยุดการกระทำนั้นโดยเร็ว
 
2. อย่านินทา กุข่าวลือ หรือพูดว่าร้ายลับหลังคนอื่นเขา
เพราะการนินทาว่าร้าย แพร่ข่าวลือที่ไม่มีมูล และการแอบแทงคนอื่นข้างหลังนั้น มันทำให้เขาเจ็บพอๆ กับการที่คุณไปต่อยหน้าเขายังไงยังงั้นเลย เผลอๆ จะเจ็บลึกกว่าด้วยซ้ำ ถึงคุณจะบอกว่าที่ซุบซิบกันมันไม่ใช่เพราะเกลียดชังหรืออยากทำร้านเขาสักหน่อย แต่นั่นก็ยังส่งผลเสียอยู่ดี จำไว้ว่าคนที่เป็นผู้ใหญ่ต้องเอาใจเขามาใส่ใจเรา สนใจและใส่ใจความต้องการและความรู้สึกของคนอื่นเขา และไม่ทำอะไรที่จะทำร้ายความรู้สึกของคนอื่นเป็นอันขาด
 
3. ถ้ามีคนมาทำร้ายความรู้สึก ก็ขอให้รับมืออย่างที่ผู้ใหญ่เขาทำกัน
ถ้าปล่อยได้ก็ปล่อยไป อย่าต่อล้อต่อเถียง แค่คุณเงียบก็เป็นการบอกทางอ้อมแล้วว่าคุณไม่พอใจกับสิ่งที่เขาพูด แต่ถ้าคุณทนนิ่งเฉยไม่ไหว ก็แค่บอกเขาไปตรงๆ ว่าคำพูดของเขามันหยาบคายไปหน่อยนะ ถ้าคนนั้นเขาขอโทษ ก็จบแค่นั้น แต่ถ้าเขาไม่ยอมขอโทษ ก็เป็นฝ่ายเดินหนีไปจะดีกว่า
 
4. เปิดใจให้กว้าง
ผู้ใหญ่คือคนที่รู้จักยอมรับและทำความเข้าใจ แค่เพราะคุณไม่เคยได้ยินได้ลองมาก่อน ก็ไม่ได้แปลว่าคุณมีสิทธิจะตั้งป้อมใส่หรือตัดโอกาสตัวเองแต่แรก ขอให้มองว่าโอกาสดีๆ ที่จะได้ลองทำอะไร (หรือพบเจอใคร) ใหม่ๆ ที่แตกต่างออกไปมาถึงแล้ว
 
5. มั่นใจในตัวเองเข้าไว้
คุณไม่จำเป็นต้องโทษในบางนิสัยที่ออกจะแปลกประหลาดหรือพิลึกพิลั่นของคุณ ถึงจะไม่เหมือนชาวบ้านชาวช่องเขาก็เถอะ ตราบใดที่พฤติกรรมนั้นไม่ได้ส่งผลต่อการเข้าสังคมของคุณและไม่ได้ทำร้ายหรือทำให้ใครเขาเดือดร้อน คุณก็มีสิทธิเต็มที่ที่จะแสดงออกถึงตัวตนอันมีเอกลักษณ์ของคุณ
 
6. เป็นตัวของตัวเอง
สิ่งหนึ่งที่บอกได้ถึงการเป็นผู้ใหญ่ ก็คือยอบรับและกล้าแสดงตัวตนที่แท้จริง ซึ่งจะทำให้คุณเป็นคนมั่นใจในตัวเองโดยไม่ต้องวางท่าใหญ่โตหรือคุยโม้โอ้อวดอะไรเลย คนเป็นผู้ใหญ่ไม่ต้องยกตนข่มท่าน หรือแสร้งเป็นอะไรที่ทำให้ตัวเองต้องอึดอัดรู้สึกไม่ดี
 
7. ยอมรับผลจากการกระทำของตน
อาจถือได้ว่าส่วนสำคัญที่สุดในการก้าวสู่ความเป็นผู้ใหญ่ ก็คือการกล้ายืดอกยอมรับผลจากคำพูดและการกระทำของตน จำไว้ว่าไม่มีอะไรที่อยู่ๆ ก็เกิดขึ้นกับคุณซะเฉยๆ เป็นคุณเองนั่นแหละที่ต้องรับผิดชอบชีวิตตัวเอง ทั้งคำพูดและการกระทำของคุณ ต่างก็ส่งผลต่อตัวคุณเองและคนรอบข้างทั้งนั้น ถ้ารู้ว่าทำผิดก็จงยอมรับมันซะ ขอให้รู้ว่าคุณไม่สามารถไปบังคับให้ใครทำอะไรตามใจได้ แต่คุณเลือกได้ว่าคุณควรจะทำอะไรลงไป
 
 
วิธีการที่ 3 พูดจาประสาผู้ใหญ่
1. ใจเย็นเข้าไว้
จริงอยู่ว่าความโกรธเป็นอารมณ์รุนแรง แต่รู้ไหมว่าคุณสามารถควบคุมมันได้  แค่อย่าเก็บเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่ได้สลักสำคัญอะไรมาใส่ใจ ถ้ารู้ตัวว่ากำลังไม่พอใจเมื่อไหร่ หยุดซะ แล้วตั้งสติสัก 10 วินาที ก่อนจะพูดหรือทำอะไรลงไป วิธีนี้จะทำให้คุณไม่ต้องมานั่งเสียใจภายหลัง และรู้จักสื่อสารกับคนอื่นอย่างเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น
 
2. หัดใช้การสื่อสารแบบเชิงรุก
คนเป็นผู้ใหญ่ เวลาเขาพูดคุยสื่อสารกัน มักนิยมใช้วิธีและพฤติกรรมแบบเชิงรุก เชิงรุกที่ว่าไม่ได้แปลว่าทำตัวยะโสโอหัง ยกตนข่มท่าน หรือก้าวร้าวแต่อย่างใด แต่คือคนที่กล้าแสดงออก บอกความรู้สึกนึกคิดและความต้องการของตนเองให้ผู้อื่นรับรู้ได้อย่างชัดเจน ในขณะที่รับฟังความรู้สึกนึกคิดและความต้องการของผู้อื่นเช่นกัน ถ้าเป็นคนอวดดี เห็นแก่ตัว จะไม่ใส่ใจความต้องการของผู้อื่น และเอาแต่มุ่งเน้นผลประโยชน์ส่วนตน ไม่สนว่าจะทำให้ใครเขาเดือดร้อนหรือเปล่า คุณต้องหัดยืนหยัดเพื่อตัวเอง โดยที่ไม่ทำตัวเย่อหยิ่งหรือก้าวร้าว แล้วคุณจะรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่ขึ้นในทันที
 
3. อย่าเผลอสบถบ่อยๆ
เป็นที่รู้กันในหมู่ผู้คนในหลากหลายวัฒนธรรม ว่าคนโตๆ เขาไม่พูดจาสบถสาบานกัน คำสบถจะทำเอาคนอื่นช็อคไปตามๆ กัน ไม่ก็ทำให้เขารู้สึกว่าคุณกำลังดูถูกเขาอยู่ ที่สำคัญคือใครสบถสาบานจนติดปาก ระวังจะถูกคนเขามองว่าพูดจาไม่ดี พูดจาไม่รู้เรื่องเอาซะเลย แทนที่จะพูดคำหยาบคาย ให้ลองเพิ่มพูนคำศัพท์ใหม่ๆ ดู จะได้เอาไว้ใช้อธิบายความรู้สึกและตัวตนของตัวเอง
 
4. พูดจาสุภาพเสมอ และอย่าขึ้นเสียง
คนอื่นเขาไม่ชอบหรอกนะถ้าคุณขึ้นเสียง โดยเฉพาะตอนโกรธ ดีไม่ดีเขาจะพากันคว่ำบาตรคุณเอา ส่วนไอ้การแผดเสียงแว๊ดๆ น่ะ มีแต่เด็กอมมือที่ทำ ไม่ใช่เรื่องที่ผู้ใหญ่เขานิยมกันหรอก
 
5. ภาษากายก็สำคัญ
กิริยาท่าทางบอกตัวตนของคุณได้พอๆ กับคำพูดคำจา เช่น การกอดอกบอกให้คนอื่นรู้ว่าคุณไม่สนใจรับฟังสิ่งที่เขากำลังพูด ยืนห่อเหี่ยวทำท่าทางเซ็งๆ แปลว่าคุณไม่ได้ “มีกะจิตกะใจ” ฟังที่คนอื่นพูด หรืออยากไปทำอย่างอื่นมากกว่า หัดสังเกตภาษากายตัวเองไว้ ให้แน่ใจว่ามันกำลังสื่อความรู้สึกนึกคิดที่แท้จริงของคุณ
 
6. คุยเรื่องที่ผู้ใหญ่เขาคุยกัน
หัวข้อเหล่านั้นก็เช่น เรื่องโรงเรียน ข่าวสารบ้านเมือง ประสบการณ์ต่างๆ ที่เคยพบเจอมาในชีวิต และบทเรียนสอนใจที่ได้เรียนรู้มา ถึงอย่างนั้นเราก็ไม่ได้ห้ามคุณไปเที่ยวเล่นทำตัวติงต๊องกับเพื่อนฝูงนะ แค่ให้รู้จักกาลเทศะว่าคุณกำลังคุยกับใคร คุณคงไม่เอาเรื่องที่คุยเล่นกับเพื่อนซี้ไปเล่าให้ครูสอนเลขฟังด้วยใช่ไหม
 
7. พูดอะไรให้น่าฟัง
ถ้าตอนนั้นหาคำพูดดีๆ มาพูดไม่ได้ ก็เงียบไว้ก่อนจะดีกว่า นิสัยหนึ่งของคนไม่รู้จักโต ก็คือชอบวิพากษ์วิจารณ์ไปซะทุกอย่าง แถมยังชอบจับผิดคนอื่นเขาด้วย ที่สำคัญคือไม่ลังเลที่จะพูดจาทำร้ายจิตใจในทุกเรื่อง ส่วนใหญ่คนพวกนี้มักอ้างว่าไม่ได้พูดจาโหดร้าย แต่แค่ "พูดตรงๆ" แต่สำหรับคนที่เขาเป็นผู้ใหญ่ เขาจะคิดหาคำพูดอย่างระมัดระวัง และจะไม่มีทางทำร้ายความรู้สึกคนอื่นเพราะตัวเอง "เป็นคนตรงไปตรงมา" เพราะฉะนั้นขอให้คุณระวังคำพูด และอย่าพูดอะไรที่มันทำร้ายจิตใจคนอื่น จำไว้ว่าจงปฏิบัติต่อคนอื่นให้เหมือนกับที่คุณอยากให้คนอื่นปฏิบัติต่อตัวคุณเอง
 
8. หัดขอโทษคนอื่นด้วยความจริงใจ
ถึงคุณจะระมัดระวังมากแค่ไหน แต่ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่คุณจะพูดอะไรผิดไป หรือเผลอพูดอะไรไม่เข้าหูคนอื่นไปบ้าง ใครๆ ก็พลาดทำเรื่องโง่ๆ กันได้ เพราะไม่มีใครในโลกนี้ที่ดีไปซะทุกอย่าง เพียงแต่คุณเลือกได้ที่จะลืมเรื่องศักดิ์ศรีไปก่อน แล้วบอกว่า "ฉัน/ผมขอโทษ" ซะ เวลาที่ทำอะไรผิดแล้วรู้จักขอโทษอย่างจริงจังและจริงใจ นี่แหละที่ผู้ใหญ่เขาทำกัน
 
9. พูดความจริงได้ แต่รักษาน้ำใจด้วย
เรารู้ว่าเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก แต่แค่ลองคิดดู ว่าคุณอยากให้คนอื่นเขาพูดกับคุณยังไง คุณก็จะรู้ว่าควรพูดกับคนอื่นว่าอะไร ในคำสอนของพระพุทธเจ้า มีคำกล่าวที่ว่า “ถ้าคิดจะพูด จงถามตัวเองว่า เป็นเรื่องที่ถูกต้อง เป็นประโยชน์ และนึกถึงใจผู้อื่นแล้วหรือเปล่า” จงคิดก่อนพูด แล้วคนเขาจะเห็นความจริงใจของคุณเอง แถมการรักษาน้ำใจยังแสดงให้เห็นว่าคุณแคร์คนอื่นอย่างแท้จริง

 
วิธีการที่ 4 สุภาพอ่อนน้อมเข้าไว้
1. มีมารยาทกับทุกคน
ถ้าพบผู้ใหญ่ก็ยกมือไหว้ให้สวยงาม รับไหว้คนที่เด็กกว่าด้วยรอยยิ้ม และเอ่ยคำทักทายอย่างจริงใจกับคนรุ่นราวคราวเดียวกัน หากต้องทักทายด้วยการจับมือ ขอให้จับมืออย่างมั่นคง มั่นใจ และสบตากับอีกฝ่าย แต่ไม่ว่าจะทักทายอย่างไรก็ตาม ขอให้เป็นไปอย่างสุภาพและเหมาะสม เมื่อพบเจอคนใหม่ๆ ขอให้พยายามจำชื่อเขาให้ได้ ด้วยการเรียกชื่อเขาบ่อยๆ “ยินดีที่ได้รู้จักนะ แหวน” มารยาทอันดีจะบอกให้รู้ว่าคุณรู้จักเคารพคนอื่น ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมที่ผู้ใหญ่เขาทำกัน
 
2. ท่องโลกออนไลน์อย่างมีมารยาท
การพูดคุยสนทนาออนไลน์อย่างมีมารยาทแสดงให้เห็นว่าคุณให้เกียรติเพื่อนๆ ครอบครัว และคนอื่นๆ ที่คุณพูดคุยด้วยในโลกออนไลน์ นี่แหละผู้ใหญ่ตัวจริง ขอให้คิดอยู่เสมอว่าอะไรที่คุณพิมพ์คุณโพสต์ไปจะเผยแพร่สู่สายตาอีกหลายๆ คน โดยอาจรวมถึงเจ้านายในอนาคต ครูบาอาจารย์ และอื่นๆ อีกมากมาย อย่าโพสต์อะไรที่จะกลับมาทำให้ตัวเองต้องอายหรือเสียหายก็แล้วกัน
 
3. มีน้ำใจ
เปิดประตูให้คนอื่น หยิบของให้ และช่วยเหลือคนที่เดือดร้อน อย่าลืมเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ช่วยเหลือคนอื่นๆ ในชุมชน อย่างการให้คำแนะนำกับเด็กรุ่นน้อง ช่วยติวหนังสือ หรือช่วยงานตามศูนย์พิทักษ์สัตว์ เวลาเราเห็นคนอื่นมีความสุข เราก็จะพลอยมีความสุขไปด้วย การคิดถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน นี่แหละผู้ใหญ่ขนานแท้
 
4. อย่าทำตัวเด่นตลอดเวลา
ถ้าคุณเอาแต่แย่งพูด แล้วก็พูดแต่เรื่องตัวเองตลอด แทนที่จะให้โอกาสคนอื่นเขาได้พูดบ้าง มันแสดงให้เห็นเลยนะว่าคุณน่ะไม่ให้เกียรติคนอื่นแถมยังทำตัวเหมือนเด็กๆ การใส่ใจในความสนใจและเรื่องราวของคนอื่นอย่างจริงใจนั่นแหละที่ทำให้คุณดูเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่คิดถึงแต่ตัวเอง ดีไม่ดีคุณจะได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ หรืออาจเจอคนที่คุณถึงกับซูฮกกับเรื่องที่เขาเล่าก็ได้นะ
 
5. เปิดใจยอมรับได้ทั้งคำติและคำชม
ถ้ามีใครชมคุณ ก็แค่ "ขอบคุณ" เขา อย่าได้ต่อความยาวสาวความยืด แต่ถ้ามีคนติติงคุณ ขอให้ตอบกลับอย่างสุภาพว่า "ขอบคุณที่แนะนำค่ะ/ครับ" ถึงที่เขาติติงมาจะไม่เป็นความจริง แต่การรับมืออย่างสุภาพก็จะทำให้คุณดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นทันตา

 

ขอบคุณบทความดีๆ จาก 

https://th.wikihow.com/เป็นผู้ใหญ่

Photo by Diego on Unsplash

 

ช่องทางการติดต่อมานาร์โค

 FB: Manarcoasia

 Tel.: 02 649 2670

 LineID: @manarco

 LinkedIn: Manarco

 Instagram: manarcoasia

 E-mail: success@manarcoasia.com

 

#Manarco

Powered by MakeWebEasy.com