รวมคำตอบเรื่อง Career Path ที่คนทำงานทุกอาชีพควรรู้ และนำไปปรับใช้ได้ทันที

Last updated: Mar 11, 2019  |  NEWS CENTER

รวมคำตอบเรื่อง Career Path ที่คนทำงานทุกอาชีพควรรู้ และนำไปปรับใช้ได้ทันที

อย่ายึดติดกับความฝันอันสูงสุด
สำหรับคนที่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร คำนึงไว้เสมอว่าสิ่งที่เราชอบที่สุด อาจไม่ใช่สิ่งที่สามารถอยู่ในชีวิตประจำวัน หรือทำให้มีรายได้ ลองนึกถึงความชอบอันดับถัดมา ค่อยๆ คิดไล่ไปทีละข้อ แล้วมองหาความเป็นไปได้ในการนำมาปรับเปลี่ยนให้เป็นหน้าที่การงานของตัวเอง

มองหาพรสวรรค์ที่ซ่อนอยู่
สำหรับคนที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร ลองมองย้อนกลับไปถึงสิ่งที่เคยทำในอดีต หาคำตอบให้ตัวเองว่า เราถนัดในเรื่องอะไรมากที่สุด ถ้าไม่รู้ลองถามคนใกล้ตัวดูก็ได้ อาจพบเจอพรสวรรค์ที่ซ่อนอยู่โดยไม่รู้ตัว และเปลี่ยนเป็นอาชีพได้ในที่สุด

หาจุดขายของตัวเองให้เจอ
เวลาทำงาน ลองมองตัวเองเป็นหน่วยธุรกิจที่อยู่ในองค์กร บริษัทกำลังซื้อบริการจากเรา บริการในที่นี้คือความรู้ ความสามารถและเวลา หาจุดแข็งของตัวเองออกมาให้ได้มากที่สุด แล้วเทียบดูว่าจุดแข็งที่มีเหมาะกับองค์กรของเราไหม ใช่สิ่งที่เขาต้องการหรือเปล่า
ยิ่งมีช่องว่างระหว่างจุดแข็งของเรากับความต้องการของบริษัทน้อยเท่าไร เรายิ่งมีโอกาสเติบโตใน Career Path ได้มากเท่านั้น

ปรับมุมมองความคิดในองค์กรที่โครงสร้างเติบโตยาก
พนักงานมักมอง Career Path เป็นแนวตั้ง คิดว่าต้องเลื่อนลำดับตำแหน่งกับผลตอบแทนให้สูงขึ้นเรื่อยๆ ถึงเรียกว่าประสบความสำเร็จ แต่ในสายตาของ HR มักมองถึงการพัฒนาในแนวนอน นั่นคือการขยายทักษะความรู้ความสามารถของพนักงานให้กว้างขึ้น โดยเฉพาะองค์กรที่มีโครงสร้างแบน มีขั้นลำดับตำแหน่งให้เติบโตน้อย ต้องยอมรับความจริงก่อนว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะเติบโตในแนวตั้งขนาดนั้น
ดังนั้น ถ้าบริษัทไม่ได้มีแผนขยายธุรกิจ หรือหัวหน้ายังไม่ไปไหน อย่างไรเราก็ไม่โตแน่นอน แต่ถ้ามีจุดประสงค์ชัดเจนว่าอยากจะเติบโตจริงๆ อาจต้องหาโอกาสเติบโตในที่ใหม่ แต่ต้องไม่ลืมขยาย Career Path ในแนวนอน เพื่อเตรียมพร้อมขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งที่สูงขึ้นด้วย

Career Path ของคนที่เป็น Freelance
สำหรับคนที่ไม่ได้เป็นพนักงานประจำ อาจเป็นกราฟิก ช่างภาพ นักเขียน ดีไซเนอร์ หรืออื่นๆ ลองตั้งเป้าหมายในสายอาชีพของตัวเอง เช่น ถ้าเพิ่งจบใหม่ ยังเป็นจูเนียร์ในวงการ อาจบอกกับตัวเองว่า ในอีก 3 ปีข้างหน้า เราต้องมีคนรู้จัก ต้องเป็นที่นึกถึงอันดับแรก แล้วศึกษาว่าจะพัฒนาอย่างไรให้สามารถไปถึงจุดนั้น และคิดต่อไปอีกว่า หลังจากนั้นไปจะตั้ง Career Path ต่อไปอย่างไร

จริงไหมที่ยิ่งอายุมาก ยิ่งหางานยาก
ยุคนี้บางบริษัทจำกัดอายุคนเข้าทำงานใหม่ไม่เกิน 35 ปี เพราะมองว่าคนที่อายุมากกว่านี้ ไม่น่าเข้ามาทันการทำงานของคนรุ่นใหม่ หรืออีกแง่หนึ่งก็ต้องถามกลับไปว่า ถ้าเพิ่งเข้าทำงาน สามารถรับได้ไหมถ้ามีฐานเงินเดือนเท่าคนอายุ 25 เพราะงานใช้ทักษะไม่ต่างกัน
แต่ในอีก 5 ปีข้างหน้า เรื่องอายุจะถูกตัดไป บริษัทจะหันมาสนใจที่ทักษะความรู้ของคนที่สามารถทำงานได้จริงเป็นหลัก สังคมการทำงานจะถูกขยับด้วยช่วงอายุที่สูงขึ้น เพราะมีหลายธุรกิจเชื่อว่า กลุ่มคนอายุ 35-45 ปี มีความพร้อมต่อการขับเคลื่อนธุรกิจได้

ลาออกดีไหม? ถ้าไม่เห็น Career Path ของตัวเองในบริษัทเดิม
ถ้าคุณอยากเปลี่ยนงาน เพราะต้องการแค่ชื่อตำแหน่งใหญ่ อยากขอให้คิดให้ถี่ถ้วน
ลองถามตัวเองว่า วันแรกที่เดินเข้ามาในบริษัทนี้ เราต้องการอะไร แล้ววันนี้เหตุผลอะไรที่ทำให้การลาออกมีน้ำหนักมากขึ้น หากคำตอบที่ได้คือ Career Path ไม่เติบโต ต้องถามกลับไปอีกว่า Career Path ที่ไม่โตนั้นมีความสำคัญกับเรามากแค่ไหน ต้องการเพียงแค่ชื่อตำแหน่งใหญ่ หรือความท้าทายใหม่ในงานตำแหน่งนั้น ถ้าเป็นแบบหลังที่ต้องการความท้าทายในงาน ก็สามารถมองหาในบริษัทอื่น โดยไม่ลืมเรื่องการปรับตัวและพัฒนาความสามารถที่ตอบโจทย์กับที่ใหม่ รวมถึงความเสี่ยงอื่นๆ ที่มีโอกาสเกิดขึ้นด้วย

สรุปขั้นตอนการตั้ง Self-Career Path
1. ลิสต์จุดแข็งของตัวเองที่เชื่อมโยงกับหน้าที่การงานหรือตำแหน่งที่ทำอยู่
2. สืบดูว่าตำแหน่งที่ตั้งเป้าหมายไว้ว่ามีหน้าที่ความรับผิดชอบอะไรบ้าง โดยการสังเกตจากเจ้านาย หรือเข้าไปสอบถามพูดคุยกับ HR
3. วิเคราะห์ดูว่าช่องว่างระหว่างความสามารถที่เรามีกับหน้าที่ที่อยากเป็น ต้องพัฒนาตัวเองอีกแค่ไหน และวางแผนว่าเรามีเวลาเท่าไรในการพาตัวเองไปถึงจุดนั้น

Powered by MakeWebEasy.com